North Vietnam in December part 2

with No Comments

ซาปา เมืองทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีนาขั้นบันไดที่สวยติดอันดับโลกอยู่ จากปีก่อนผมได้ไปสัมผัสมาแล้วก็การันตีในความสวยงามเลยว่ามันเป็นความจริง ส่วนในปีนี้ผมได้กลับมาเยือนเมืองในดวงใจแห่งนี้อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ได้แตกต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงเพราะผมมาในฤดูที่นาเก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว แต่ผมก็ยังเชื่อเสมอว่าซาปานอกช่วงพีคก็น่าจะมีอะไรเด็ดๆ ให้เราได้ประทับใจกันได้แน่นอน

เข้าสู่วันที่สามของการเดินทาง โดยกำหนดการคร่าวๆ ที่บอยกำหนดให้มีประมาณนี้ครับ

– เช้าสถานีลาวไก – ซาปา เข้าที่พัก H’mong Hotel และเดินเที่ยวหมู่บ้านกัตกัต (Cat Cat Village)

– บ่ายพักผ่อนตามอัธยาศัย

vv1

หลังจากอัดเบียร์จนหลับกันยาวๆ เสียงผู้คนจอแจยามเช้ามืดเป็นสัญญาณว่าเราได้มาถึงสถานีสุดสายที่ลาวไก (Lao Cai) กันแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้ยังไม่ใช่เมืองซาปานะครับ อย่าคิดเดินเพลินในเมืองนี้เชียวล่ะ การจะไปซาปานั้นต้องนั่งรถต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงด้วยรถตู้แบบในภาพ

vv2

ระหว่างนั่งรถก็หลับต่อสิฮะ มันง่วงไม่ไหวจริงๆ ที่สำคัญคือฟ้าเน่าได้ใจมาก แค่คิดจะยกกล้องก็เพลียใจเพราะทั้งเมืองเต็มไปด้วยหมอก ไว้จังหวะดีๆ ค่อยถ่ายภาพนอกโรงแรมละกัน เอาเป็นว่าเข้ามาเก็บสัมภาระและรับประทานอาหารกันก่อน สำหรับโรงแรมที่พักครั้งนี้ชื่อว่า H’mong Hotel ครับ ตั้งอยู่ติดกับ Sapa Summit Hotel ทั้งสองโรงแรมนี้ถือว่าป๊อบปูล่าสุดสำหรับคนไทยแล้ว ด้วยราคามิตรภาพ พนักงานค่อนข้างคุ้นเคยกับคนไทยและที่สำคัญคือมีระเบียงชมวิวที่สวยโคตรๆ เป็นจุดขาย

vv3

จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็ได้เวลาไปหมู่บ้านกัตกัตกันแล้วครับ จากโรงแรมเราจะเดินไประยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างทางก็ถ่ายภาพวิถีชีวิตไปด้วย

Patternfolio copy

บรรยากาศระหว่างเดินไปหมู่บ้านกัตกัต

vv4

เส้นทางเปียกแฉะอับชื้นมากมาย

vv5

ระหว่างเดินเจอลูกหมาทำหน้าละห้อยบนหลังคา ผมเห็นทั้งความน่ารักและสงสารในตัว อย่างที่รู้กันว่าเวียดนามเป็นประเทศที่ทานเนื้อหมากันอยู่ และหมาพวกนี้ส่วนใหญ่ก็โดนเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารเมื่อมันโตขึ้น TwT เวลาเราเดินผ่านร้านอาหารถ้าเห็นคำว่า Chó นั่นคือเนื้อหมานะครับ

vv6

พูดเรื่องหมาแล้วเครียด น่ารักขนาดนั้นไม่น่าเอามาทาน ตัดมาที่ภาพดอกท้อแทนดีกว่า ถ้าจำไม่ผิดช่วงปลายฝนมั้งที่ดอกไม้เริ่มบานใจกลางเมือง หากใครมาเวลานั้นดูแล้วน่าจะสวยไม่ใช่เล่น

vv7

ยังคงเดินไปกันต่อครับ ใกล้ถึงตัวหมู่บ้านกันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชินตาคือชาวม้งที่เดินสัญจรไปมา บ้างก็เดินเพื่อผ่าน บ้างก็เดินเพื่อมาขายของให้กับเรา อย่างหลังนี่ตื้อจนเราต้องซื้อให้ได้อ่ะ

vv1

เดินมาจนถึงร้านที่ขายพวกอุปกรณ์เดินป่าแสดงว่าถึงแถวทางเข้าหมู่บ้านกัตกัตแล้วครับ จำได้ว่าปีก่อนตำแหน่งตรงนี้ยังเป็นบ้านเก่าๆ อยู่เลย ตอนนี้ดูคึกคักแถมมีคำเชิญชวนเป็นภาษาไทยด้วย

vv8

มากับทัวร์ของบอยก็ดีอย่างนี้แหละครับ เรื่องที่ทางเขาจัดการให้หมด ผมเดินตัวปลิวเข้าไปถ่ายภาพเลย ในช่วงต้นทางของหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึกและของยอดนิยมก็คือ ผ้าคลุมไหล่ทอมือลวดลายสวยงามนั่นเอง

vv10

พวกของแปลกๆ ก็มีนะ อันนี้เป็นแป๊ะยิ้มแล้วช่วงตัวเป็นรากไม้

vv2

เครื่องเงินก็พอมีอยู่บางร้าน เนื้องานดูละเอียดดี

vv11

อันนี้ไม่ได้ขายแต่อยากซื้อกลับบ้านมาก ฮ่าๆ เด็กน้อยในหมู่บ้านครับ โคตรน่ารักเลย ดูเผินๆ อย่างกับเกาหลี จะบอกว่าในซาปามีเด็กน่ารักๆ แบบนี้อยู่เยอะเลย ภาพต่อๆ ไปเราจะได้เห็นอีกหลายคน

vv12

ทุ่งนาในสภาพเหี้ยนเตียน อย่าคาดหวังนาสวยๆ ในเดือนธันวาคมนะครับ

vv3

เดินไปเรื่อยๆ เราจะได้ยินเสียงน้ำตก ในหมู่บ้านกัตกัตน้ำตกจัดได้ว่าเป็นพระเอกที่ใครๆ ก็อยากจะมาเห็นสักครั้ง

vv14

ลงมาแล้วบริเวณนี้เราจะลงแถวโขดหินหรือยืนบนสะพานก็ได้ สวยหลายมุมเลย

vv16

ช่วงธันวาคมแบบนี้น้ำค่อนข้างใสและปริมาณน้ำไม่เยอะมาก โชคดีจริงๆ ที่ติดฟิลเตอร์ ND มาด้วย

vv15

มั่นใจเลยว่าช่างภาพสายแลนด์สเคปน่าจะหยุดถ่ายแถวนี้นานเลยล่ะ

vv17

พริ้วกันอีกสักภาพ ถ่ายไปก็หนาวไป อากาศประมาณสิบปลายๆ

vv18

แถวนี้มีของกินอย่างเนื้อควายแดดเดียวขายด้วย ปีก่อนที่มาเคยทานไปแล้วครับ ไม่ใช่ไม่อร่อยนะแต่มันเหนียวจนนึกว่าเป็นหมากฝรั่งรสควาย -_-”

vv19

เส้นทางต่อจากน้ำตกก็เป็นทางเดินกลับแล้วครับ ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ถ่ายภาพเท่าไหร่

vv20

จบทริปครึ่งวันแรกในหมู่บ้านกัตกัตแล้วครับ เดินกันมาพอสมควร มื้อเที่ยงของวันต้องขอชมคนจัดเลยที่เลือกเมนูปิ้งย่างมาให้ มันช่างเข้ากับบรรยากาศสุดๆ ดูควันที่พุ่งขึ้นมาซะก่อน

vv4

ตอนบ่ายได้เวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย บรรยากาศในขณะนี้ทั่วทั้งเมืองก็ยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา ซึ่งอันที่จริงตอนแรกผมเองคิดว่าเย็นๆ จะขึ้นไปบนจุดชมวิวเขาฮามรองกัน แต่อีกใจก็แป้วเพราะคิดว่าไปแล้วว่ามันจะเห็นอะไรวะเนี่ย?

vv21

ระหว่างนั้นยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงครับ เลยออกมาเดินเล่นดูของในเมืองซักหน่อย ใครที่ไม่เคยมาเวียดนามมาก่อนสิ่งที่เขามักซื้อไปเป็นของฝากคงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ดิปกาแฟสไตล์เวียดนามอย่างนี้ครับ

vv22

หรือจะเป็นอุปกรณ์เดินป่าทั้งหลาย งานนี้ The North Face มาเต็มทั้งกระเป๋า เสื้อกันหนาว รองเท้า ความสนุกคือการต่อราคาครับ แนะนำให้รวมตัวกันไปซื้อเยอะๆ รับรองโคตรถูก ส่วนคุณภาพก็งานดี งานแพง งานไฮเอน งานมิลเลอร์ มาครบหมด

vv23

เกาลัดร้อนๆ ก็มีขาย เอาไว้กินแก้หนาวได้ดีนัก

vv24

เดินเสร็จแล้วกลับไปนอนเล่นที่โรงแรมสักพัก ตอนนี้เริ่มสังเกตแล้วว่าฟ้าเริ่มเป็นฟ้าหลังจากไม่ได้เห็นมาครึ่งค่อนวัน ทุกอย่างเริ่มมีความหวัง เย้ๆ

vv26

เดินจากโรงแรมมายังใจกลางเมืองอีกครั้ง ตรงลานกิจกรรมมีเตะบอลกันด้วย

vv25

แถวโบสถ์หินสังเกตว่าท้องฟ้าเปิดขึ้นมากแล้ว

vv28

ชาวม้งเองก็เริ่มทำงานเตรียมวางของขายกันละ ช่วงค่ำๆ เราจะได้เห็นสไตล์การขายอันเป็นเอกลักษณ์

vv27

ยืนกันอยู่นานดูเวลาตอนนี้ประมาณห้าโมงเย็นแล้ว ท้ายที่สุดกลุ่มผมก็ตัดสินใจขึ้นไปจุดชมวิวเขาฮามรองกัน

vv29

ค่าเข้าชมบนเขานี้อยู่ที่ 70,000 ด่อง นะ ซื้อแล้วจะได้บัตรติ๊ดเข้า เมื่อปีที่ผ่านมายังเป็นระบบฉีกตั๋วอยู่แท้ๆ ว่าแล้วก็ใส่เกียร์หมากันเลย

vv30

ตอนเดินนี่คิดในใจเลยว่าไปถึงด้านบนแล้วจะเห็นวิวด้านล่างป่าววะ หมอกกลับมาหนาอีกครั้งแต่ระหว่างที่คิดนี้สองเท้าก็ขยับไม่หยุดนะฮะ

vv31

เรียกได้ว่าใช้ความเร็วเต็มสปีดยิ่งกว่าเน็ตทรูอีก จนได้มาถึงบนยอดแล้วครับ โอ้วแม่สาวน้อย~~ ยังทันแสงเย็นที่ไม่มืดจนเกินไปและที่สำคัญคือหมอกเริ่มกระจายตัวแล้ว หายเหนื่อยเลย ณ จุดๆ นี้

vv32

กดมาอยู่หลายช็อต แต่ชอบภาพนี้ที่สุด ของจริงดูด้วยตาเห็นอลังการกว่านี้คูณสิบ โดยเฉพาะพี่อีกคนที่เอาโกโปรถ่ายแบบ Time Lapse มา แม่งสุดตีนจริงๆ อันนี้แหละที่ฤดูไหนก็สู้ช่วงนี้ไม่ได้เลย เราอยู่ที่นี่กันจนมืดเลยและตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าจะขึ้นมาอีกรอบ เพราะจะว่าไปยังไม่เคยมาเก็บแสงเช้าที่นี่เลย

vv33

หลังจากกลับลงมาจากจุดชมวิว อ่าาาา มื้อเย็นวันนี้เป็นชาบูครับ อยากจะแลนดิ้งให้เรียบทุกจานเลย ฮ่าๆ

vv34

เมื่ออิ่มท้องก็เป็นเวลาว่าง ก่อนจะเข้าโรงแรมเลยแวะถ่ายโบสถ์หินซะหน่อย ชอบตรงที่เดือนธันวาคมแบบนี้มีการประดับไฟรอบตัวโบสถ์ ห้อมล้อมด้วยหมอกหนา มันเป็นทั้งความหนาวและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน ตอนนี้แม่ค้าทั้งหลายตั้งร้านขายกันหมดแล้วครับ ความเจ๋งของการมาฤดูหนาวคือเราจะได้เห็นไฟฉายติดหัวเพื่อขายของกัน ดูแล้วชอบอ่ะ

vv36

เข้าไปถ่ายบริเวณภายในตัวโบสถ์ชอบไฟที่เขาจัดเรียงมาก แลดูเหมือนใยแมงมุม พอจังหวะที่หมอกมันหนาหน่อยแสงมันจะฟุ้งๆ

vv35

ด้านหลังตัวโบสถ์ที่มีรูปทรงเหมือนเห็ด

vv39

ในตัวโบสถ์เปิดให้เข้าได้ แวะมากดสักภาพ

vv37

ปีก่อนที่น้ำพุใกล้กับโบสถ์ผมมาถ่ายไม่ทันมันปิดไฟก่อน ปีนี้ไม่พลาดครับ เล่นแสงสีได้ดีตามท้องเรื่อง เป็นภาพปิดท้ายของทริปวันนี้ครับ ตอนหน้าเราไปมาชมฮามรองยามเช้าอีกรอบรวมไปถึงการเดินเที่ยวชมหมู่บ้านต่าฟานกันครับ

Leave a Reply