Chiangmai Celadon

with No Comments

ปกติแล้วที่ผ่านมาหลายๆ ตอนคนที่ติดตามผลงานส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าผมเน้นถ่ายภาพสถานที่เที่ยวและคาเฟ่เป็นหลัก แต่ในตอนนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมที่ได้มีโอกาสไปเยือนเชียงใหม่ศิลาดล ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ขายของฝากแต่ผมรับรองได้เลยว่าเมื่อคุณอ่านจบ ในฐานะที่ผมเป็นคนเชียงใหม่บอกเลยว่าภูมิใจและดีใจที่จะได้แนะนำงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเกิดจริงๆ ลองดูกันครับว่าที่เชียงใหม่ศิลาดลนั้นจะมีอะไรที่น่าสนใจและสวยงามขนาดไหน

l01

เชียงใหม่ศิลาดลก่อตั้งโดยคุณทัศนี ยะจา ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการเครื่องเคลือบมานานนับสิบปี ด้วยประสบการณ์จึงได้เปิดเชียงใหม่ศิลาดลขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์โดยให้ความรู้ในเรื่องศิลาดล ซึ่งเป็นหนึ่งในสมบัติทางภูมิปัญญาชิ้นสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนก็สามารถเลือกซื้อสินค้าศิลาดล ได้เห็นการทำงานจริงๆ ในการทำศิลาดลรวมไปถึงความเพลิดเพลินในการชมสถาปัตยกรรมแบบล้านนาซึ่งพื้นที่กว้างขวางของที่นี่ถูกจัดวางออกมาได้อย่างสวยงามไม่แพ้กัน

l04

ผมมาถึงตั้งแต่เช้า โชคดีเหลือเกินที่วันนั้นฟ้าโปร่งมากๆ เมื่ออาคารไม้โดนแสงแรงๆ ยิ่งทำให้ดูเด่น

l05

เดินสำรวจสถานที่กันหน่อย ในเชียงใหม่ศิลาดลมีการแบ่งพื้นที่อยู่หลายส่วนครับ ตั้งแต่โชว์รูม พิพิธภัณฑ์ ร้านกาแฟ โรงงาน มุมเวิร์คช็อป หรือแม้แต่การเช่าจักรยานไปปั่นบริเวณใกล้เคียงซึ่งบรรยากาศก็ดีเช่นกัน

l06

มุมนี้เป็นมุมนั่งสนทนาครับ บรรยากาศดี ลมเย็นสบาย ด้านบนอาคารไม้เป็นพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมได้ครับ

l13

บรรยากาศด้านบนอาคารไม้ มีการจัดวางรายละเอียดแบบบ้านจริงๆ เอาไว้ ทุกอย่างดูสวยงามและที่สำคัญคือเกือบทุกมุมจะมีศิลาดลใช้เป็นของตกแต่งเกือบทั้งหมดซึ่งเมื่อตั้งกับบ้านไม้แล้วดูเข้ากันดี

l12

มีหลายห้องให้ได้ชม นอกจากความสวยงามแล้วผมว่าการที่เขาจัดแบบนี้ การได้มาเห็นของจริงก็เหมือนเป็นแนวทางสำหรับคนที่คนสนใจอยากจะนำศิลาดลมาตกแต่งบ้าน

l11

พวกจานพอเอามาประดับเป็นผนังก็ดูเท่ห์ไม่ใช่เล่น

l10

มุมนี้อลังการสุดๆ

l09

มีห้องที่เป็นโชว์รูมรวมศิลาดลด้วย งานทุกชิ้นในนี้รายละเอียดสุดติ่งจริงๆ

l08

เอาสโลแกนของแม็กนั่มมาใช้กับ “ล้ำค่าดั่งทอง” น่าจะเหมาะ

l07

แต่ที่ชอบสุดคือแบบที่มีเพ้นท์เรื่องราวของทางเหนือครับ ดูแล้วปรื้มปริ่ม

l14

ถ่ายภาพด้านบนไปชมศิลาดลไป ได้เวลาใกล้เที่ยงก็ได้กลิ่นหอมกะทิจากล่างใต้ถุน พอลงมาก็เจอกับคุณทัศนีกำลังห่อข้าวต้มมัดอยู่เลย สำหรับข้าวต้มมัดนี่ก็เป็นหนึ่งในพระเอกของคุณทัศนีเขาเชียวนะ ที่ผ่านมาหลายๆ สื่อถึงกับยกย่องให้เป็นข้าวต้มมัดไฮโซ แค่ฟังชื่อก็ดูน่าสนใจแล้ว

l15

ผมได้มีโอกาสนั่งดูขั้นตอนการทำตั้งแต่แรก ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมข้าวต้มมัดที่ศิลาดลแห่งนี้จึงมีออร์เดอร์สั่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะขณะที่ผมถ่ายภาพไปก็มีคนเข้ามาสั่งอยู่เรื่อยๆ นั่นก็เพราะขั้นตอนวิธีการผลิตที่ใช้ “ใจ” ทำทุกขั้นตอนรวมไปถึงความพิธีพิถันการเลือกวัตถุดิบ การนึ่งจนทำให้ได้ข้าวต้มมัดที่รับรองได้ว่ารสชาติไม่เหมือนที่ที่เราเคยทานมาอย่างแน่นอน

l27

มาถึงที่ทั้งทีแบบนี้ก็ต้องขอชิมกันหน่อย หลังจากจัดแจงใส่จานที่ผ่านการนึ่งมาเรียบร้อยกลิ่นของข้าวต้มมัดมันช่างหอมซะเหลือเกิน เมื่อผ่าข้าวต้มมัดออกมาแล้วก็จะเห็นส่วนวัตถุดิบที่ประกอบไปด้วยข้าว กะทิ กล้วยน้ำว้า ถั่วแดง และงาขี้ม้อน พอได้ทานไปแล้วบอกเลยว่าอร่อยจริงๆ ครับ ด้วยตัวข้าวไม่เหนียวจนเกินไปบวกกับความหวานของกล้วยและถั่วแดงที่เข้ากันได้ดี แถมมีความกรุบกรอบของงาเพิ่มเข้าไปอีก

l18

เมื่ออิ่มท้องอิ่มใจกันแล้วในช่วงบ่ายๆ แบบนี้บริเวณใต้ถุนของอาคารมไม้ที่เป็นส่วนเวิร์คช็อปจะมีศิลปินของศิลาดลมานั่งเพ้นท์นั่งแกะลวดลายให้คนที่มาเที่ยวได้เห็นการทำงานจริงๆ ซึ่งถือว่าเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก

l16

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมศิลาดลแต่ละชิ้นจึงมีราคาสูง นั่นก็เพราะว่ากระบวนการทำทุกอย่างเป็นแฮนด์เมดหมดเลย ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูกันว่าการจะได้มาของศิลาดลสักชิ้นเขามีขั้นตอนอย่างไรกันบ้าง

l19

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมดินซึ่งดินสำหรับผลิตศิลาดลต้องเป็นดินดำที่ส่วนใหญ่จะหาได้จากในจังหวัดเชียงใหม่ โดยการนำมาย่อย บดให้ละเอียด แล้วนำมาร่อน เพื่อให้แน่ใจว่าดินที่ได้เป็นดินที่มีคุณภาพจริงๆ

ขั้นตอนที่ 2 นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ไปผสมน้ำ ล้างให้สะอาด ไม่ให้มีเศษขี้เหล็ก หรือวัตถุอื่นใดปะปนอยู่ แล้วนำไปใส่ในเครื่องอัดดิน เพื่ออัดเอาน้ำในดินออก ให้เหลือดินเป็นแผ่น ๆ

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากผ่านเครื่องอัดดินแล้วจะต้องทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกชั่วครู่ เพื่อให้อินทรีย์สารในดินนั้นเกิดการรวมตัว

ขั้นตอนที่ 4 นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 มานวดเพื่อไล่ฟองอากาศ

l28

ขั้นตอนที่ 5 นำดินที่ได้มาขึ้นรูปด้วยวิธีการต่างๆ

ขั้นตอนที่ 6 ปล่อยให้ชิ้นงานแห้งตามธรรมชาติแล้วจึงให้ช่างตกแต่งรูปทรงอีกครั้งหนึ่ง

l17

ขั้นตอนที่ 7 นำชิ้นงานที่ได้นั้นมาแกะสลักตามที่เราต้องการ (แกะในเนื้อดิน)

ขั้นตอนที่ 8 นำชิ้นงานที่แห้งตามธรรมชาติแล้วไปเผาในเตา ใช้อุณภูมิในการเผา 800 องศาเซลเซียส 7-8 ชั่วโมง ได้ชิ้นงานสีน้ำตาลอ่อนเรียกว่า “บิสกิต”

ขั้นตอนที่ 9 เช็ครอยร้าวหรือความบกพร่องของชิ้นงาน “บิสกิต” ถ้าไม่ต้องการเขียนลายก็เตรียมนำไปชุบน้ำเคลือบในขั้นตอนต่อไป ส่วนชิ้นงานที่ต้องการตกแต่งลวดลาย ก็นำไปเขียนลวดลายตามต้องการก่อนการเคลือบ

l20

ขั้นตอนที่ 10 นำไปเคลือบด้วยน้ำเคลือบที่มีส่วนผสมของดินหน้านาผสมกับขี้เถ้าไม้ก่อ ไม้รกฟ้า หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งแล้วตกแต่งเคลือบให้ละเอียด ไม่ให้มีฟองอากาศ

l29

ขั้นตอนที่ 11 นำไปเผาที่อุณหภูมิ 1,260-1,300 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ทิ้งให้เย็นตัวในเตาเผาประมาณ 8-10 ชั่วโมง ก่อนเปิดเตา กลายเป็นชิ้นงานสีเขียวคล้ายหุ้มด้วยหยก

l02

เห็นกระบวนการผลิตศิลาดลกันแล้ว ใครที่สนใจอยากจะจับจองศิลาดลเป็นเจ้าของสักชิ้นที่นี่เขามีโชว์รูมสำหรับขายเป็นของฝากด้วยครับ

l22

ด้านในมีการจัดวางดิสเพลย์สวยงาม ของขายเป็นศิลาดลทั้งหมด มีการแยกประเภทสินค้าชัดเจน

l24

พวกเครื่องประดับก็มีนะครับ เหมาะแก่การใส่ออกงาน

l23

หรือจะเป็นของประดับบ้านก็สามารถเลือกซื้อได้ ส่วนตัวแล้วผมชอบศิลาดลแบบที่มีลายเพ้นท์ทางเหนือนะ มันดูมีเรื่องราวแถมสีสันก็สวยงาม

l26

ได้มีโอกาสอยู่จนถึงค่ำเลยครับ เลยได้เห็นความสวยงามของไฟที่เปิดส่องมาที่อาคารไม้ สวยมากๆ

l25

อีกสักมุม อารมณ์คนละแบบกับตอนกลางวัน ถ้ามาช่วงฤดูหนาวนี่ฟินสุดๆ

ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับสำหรับการมาเยือนเชียงใหม่ศิลาดลในครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าส่วนตัวประทับใจตั้งแต่สถานที่ที่สวยงาม และการต้อนรับของคุณทัศนีที่ใจดีมากๆ ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวเชียงใหม่และอยากจะหาของฝากสักชิ้นลองมาที่เชียงใหม่ศิลาดลดูนะครับ สินค้าราคาค่อนข้างสูงแต่เมื่อได้เห็นถึงที่มาที่ไปแล้วจะรู้ว่าเป็นของฝากที่ทรงคุณค่าจริงๆ

 

เชียงใหม่ศิลาดล

135/4 หมู่ 6 ถนนดอยสะเก็ด – บ่อสร้าง (กม.3) ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 50220

เบอร์โทรศัพท์ 053-484693, 053-484695

Leave a Reply