Bukruk Urban Arts Festival

with No Comments

นับว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมาพวกงานศิลปะดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดีมากๆ ทั้งในต่างจังหวัดเองและในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสิ่งที่เป็นพลังขับเคลื่อนส่วนหนึ่งก็มาจากอีเว้นท์ระดับโลกที่มีชื่อว่างาน Bukruk Urban Arts Festival 2016 กับการรวมศิลปินจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์งานวาดภาพโดยมีพื้นที่วาดเป็นโลเคชั่นต่างๆ ในกรุงเทพ งานนี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงจะไปถ่ายภาพกันมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับผมเองเพิ่งได้มีเวลาไปมาเหมือนกันและก็อยากจะถ่ายทอดมุมมองออกมาตามประสาคนไปเดินถ่ายภาพสักหน่อย

b01

สำหรับลายแทงการเดินชมงานบุกรุกนั้นสามารถหาจากในเว็บไซต์ของงานเองหรือในเฟสบุ๊คก็มีให้ดูกันเยอะแยะมากมาย เพราะคนไปกันเกือบหมดแล้ว ซึ่งผมเองก็เป็นคนที่ดูลายแทงเหล่านั้นและนำมาใช้เดินตามรอยเช่นกัน ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย สถานที่แรกให้มาลงที่สถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน ตอนเดินลงบันไดเลื่อนมองมาที่ฝั่งบริเวณกำแพงโรงแรมแชงกรีล่าจะเห็นผลงานของ Daan Botlek แม้วันที่ไปจะแทบไม่เห็นผลงานเต็มๆ ตาเพราะมีคิวรถแดงเต็มไปหมด แต่มันก็ให้ความรู้สึกแบบเมืองไทยได้อย่างดี

b02

จากจุดแรก ไปต่อกันที่อู่ต่อเรือ สามารถหาได้ง่ายๆ จากใน Google Map ณ จุดนี้ต้องแลกบัตรเข้าไปนะครับ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับตึกสีเขียวมีรูปเป็ดสีเหลืองขนาดใหญ่โชว์หราโดยฝีมือของ Nychos ซึ่งตอนที่ถ่ายผลงานเปล่าๆ มันก็สวยดีอยู่แล้ว แต่พอคิดได้ว่าถ้าเอาคนที่ไปด้วยไปยืนเป็นแบบ ความสมบูรณ์ของภาพรวมไปถึงการเปรียบต่างขนาดของภาพวาดน่าจะทำให้เห็นความอลังการเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย จนกลายมาเป็นภาพนี้นี่เอง (ปล.แอบปลื้มตรงที่ Nychos มากดไลค์ภาพนี้ใน IG ด้วย ><)

b03

จากจุดอู่ต่อเรือก็นั่งแท็กซี่มาลงหน้าตึก AIA บนถนนเดโช ลงรถมาจะเห็นภาพของ Motomichi Nakamura ดูภาพแล้วเหมือนเอเลี่ยนผสมกับอะไรสักอย่าง แต่ด้วยการใช้สีแดงและดำทำให้ภาพดูเด่นแต่ไกล นี่ก็เป็นอีกจุดที่พอเอาคนไปยืนถ่ายแล้วเท่ห์ดี

b04

เลี้ยวซ้ายจากหน้าตึก AIA เดินมาสักพักให้สังเกตสมาคมไหหนำแห่งประเทศไทยที่ถนนสุรวงศ์เมื่อมองกลับหลังหันจะเจอกับนางเงือกสีทองโดยศิลปิน Fikos บอกเลยว่าแสงบ่ายนี่แจ่มสุด

b05

จากจุดที่ถ่ายงานของ Fikos สามารถเดินมาจนถึงซอยเจริญกรุงได้เลย โดยเจริญกรุงซอย 32 เต็มไปด้วยผลงานจากศิลปินชาวไทย และที่คุ้นหน้าคุ้นตาที่สุดคงหนีไม่พ้น Alex face

b07

ตามมาด้วยศิลปิน J.M YES

b06

ศิลปิน Phai งานชิ้นนี้ด้วยสีที่สะดุดตาและการวาดภาพที่ได้อารมณ์ เลยเห็นคนที่มานิยมเข้าไปถ่ายรูปด้วย จนเกิดเป็นแอคชั่นสวยๆ มากมาย

b08

ภาพจากศิลปิน Lolay ที่วาดได้ยาวมากๆ เป็นภาพโครงกระดูก พอเอาคนไปยืนใส่ชุดดำก็เข้ากันดีว่ามั้ย?

b09

ศิลปิน Sabek จากสเปน ตั้งอยู่ท่ามกลางผลงานของคนไทย เป็นรูปหมีที่ใช้ตัวแบบสีดำเป็นหลักตามแนวที่ศิลปินคนนี้ถนัด

b12

ศิลปิน Kult ถ่ายคู่ด้วยแล้วสวยดี มีล้อยางเป็นเก้าอี้ให้นั่ง ฮ่าๆ

b14

ศิลปิน Bonus เป็นอีกหนึ่งภาพที่มีสีสัดสดใส ดูเด่นมาแต่ไกลเช่นกัน

b15

ภาพวาดทั้งหมดเยอะมาก ถ่ายเจาะมาไม่ครบ ใครอยากถ่ายกับภาพวาดศิลปินคนไหนก็มาดูกันเองเลยครับ แนะนำช่วงเย็นๆ เพราะแสงจะตกมาที่กำแพงพอดิบพอดี

b10

ในซอยเจริญกรุงยังไม่จบแค่ซอย 32 นะ เพราะในซอย 30 ก็ยังมีอีกหนึ่งผลงาน เมื่อเข้ามาจะเห็นภาพของศิลปิน Stan and Lex เป็นภาพลายเส้นขาวดำที่ใช้เทคนิคกระดาษลอกลาย เอาจริงๆ ถ้าไม่บอกก็แอบไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นงานศิลปะของบุกรุกเขา

b11

ซอย 28 มีผลงานของศิลปิน Saddo อยู่ตรงปากซอยเลยซึ่งเป็นที่ตั้งของ Old town Hostel โดยภาพนกวาดให้เห็นทั้งสองฝั่ง (อีกฝั่งลืมถ่ายมาซะงั้น)

b13

ด้านล่างเป็นผลงานของศิลปิน Daehyun Kim จากเกาหลี ดูลายเส้นแล้วก็บ่งบอกตัวตนได้เป็นอย่างดี

b24

หมดพาร์ทของเจริญกรุงแล้วซึ่งระแวกตั้งแต่ตึก AIA ไปจนถึงเจริญกรุงอย่างที่ผมบอกไปว่าสามารถเดินไปถึงกันได้ แต่ผลงานของศิลปินอีกบางส่วนเขาไปจัดกันแถวท่าน้ำราชวงศ์และถนนทรงวาดครับ ซึ่งในวัดถัดๆ ไปผมก็ได้มาถ่ายภาพเพิ่มเติมโดยเริ่มกันที่เรียกกันว่าลานตู้เหลืองบนถนนทรงวาดจะเห็นผลงานของศิลปิน Roa ที่เป็นภาพช้างสองตัวโดดเด่นชัดเจน

b22

กลับหลังหันไปจะเห็นภาพจักรยานจากศิลปิน Aryz ขอบอกว่าตึกนี้สูงจริงและภาพก็ใหญ่จริง

b23

เดินฝ่าความร้อนไปจนถึงสามแยกตรงข้ามวัดปทุมคงคาจะเห็นภาพวาดจากศิลปิน Aitch ที่ใช้สีบานเย็นเรียกว่าเจิดสุดแล้ว แต่แสงที่สวยจริงๆ เป็นตอนเช้านะครับสำหรับจุดนี้

b20

เมื่อคิดวิเคราะห์แยกแยะแล้วรู้สึกว่าภาพวาดอันนี้เวลาเอาคนเข้าไปถ่ายแบบเจาะแล้วก็ดูเจ๋งพอๆ กับการถ่ายภาพระยะไกล

b21

ปิดท้ายด้วยผลงานของศิลปิน Escif ในตลาดน้อย บอกเลยว่าผมหาผลงานของศิลปินท่านนี้เจอแค่ 2 ภาพ คือภาพนี้กับอีกภาพหนึ่งซึ่งไม่ได้ถ่ายเอาไว้เพราะคิดว่าไม่ใช่ แต่พอได้มาดูรีวิวอย่างละเอียดแล้วพบว่าในซอยนี้มีภาพของศิลปิน Escif แอบแฝงไว้อีกเพียบ (ถ้าต้องมาซ้ำนี่เศร้าแปรบ คือมันไกลจากที่พักผมมาก) เอาเป็นว่าถ้าได้มีโอกาสผ่านมาแถวนี้คิดว่าจะมาเก็บซ่อมภาพที่เหลือให้จงได้

อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่าเป็นปีทองของงานศิลปะ นั่นก็เพราะตอนนี้ที่เชียงใหม่เองก็มีภาพวาดตามกำแพงสวยๆ มากมาย หรือที่ภูเก็ตอันนั้นเขาก็ดังมานานแล้ว น่านเองก็กลายเป็นเมืองฮิปแบบล้านนา หรือล่าสุดแถวสยามก็มีเหมือนกัน ทั้งหมดที่พูดมาล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือสุดเจ๋งของศิลปินชาวไทยทั้งนั้น ซึ่งถ้าหากมองแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะการที่เรามีศิลปะในหัวใจมันก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่แน่ว่าในอนาคตเมืองไทยอาจจะเป็นที่กล่าวขานในเรื่องภาพวาดบนกำแพงแบบอย่างปีนังก็ได้นะ

Leave a Reply